fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

เกียร์ ธรรมดา vs เกียร์ออโต้

ระบบเกียร์ของรถยนต์ มีหลายประเภท ทำให้ใครหลายคนอาจจะสับสนและเลือกไม่ถูกว่าควรเลือกรถที่มีระบบเกียร์แบบไหนถึงจะดีที่สุด โดยหลักๆ แล้วหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับระบบเกียร์ธรรมดากับเกียร์ออโต้ และอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับระบบเกียร์ CVT (ระบบเกียร์แบบแปรผัน) กันมาบ้าง

เกียร์ CVT คืออะไร?

CVT ย่อมาจากคำว่า Continuously Variable Transmission หรือก็คือระบบเกียร์แบบแปรผันนั่นเอง เป็นเกียร์ที่เปลี่ยนแปลงการทำงานตามกำลังที่ส่งมาจากเครื่องยนต์ ซึ่งเกียร์ CVT ก็คือเกียร์ออโต้ประเภทหนึ่งที่มีอุปกรณ์ชุดเกียร์ที่แตกต่างกับเกียร์ออโต้ธรรมดา โดยทั่วไปแล้ว ในขณะขับขี่จะสามารถเปลี่ยนเกียร์ CVT ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่องโดยไร้รอยต่อ แตกต่างกับระบบส่งกำลังอื่นๆ ที่มีอัตราทดเกียร์คงที่และมีช่วงการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่ลื่นไหลเท่าใดนัก

ลักษณะการเปลี่ยนเกียร์อย่างไร้รอยต่อของ CVT มีจุดเด่นคือทำให้การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น

การทำงานของเกียร์ CVT

ระบบเกียร์ CVT ทำงานผ่านระบบรอก (Pulley) แตกต่างจากระบบเกียร์ธรรมดาที่มีอุปกรณ์และชิ้นส่วนมากมายเพื่อทำการเปลี่ยนเกียร์ ส่วนเกียร์ออโต้ก็ใช้ระบบไฮดรอลิกตอบสนองต่อแรงดันเพื่อเปลี่ยนเกียร์โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใช้แรงเอง

CVT ก็เคล้ายกับเกียร์ออโต้ในเรื่องที่ไม่ต้องการแรงจากผู้ขับขี่แต่เรื่องระบบและการทำงานก็แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โดยในชุดเกียร์ของ CVT จะประกอบไปด้วยพูลเลย์ 2 ตัว ได้แก่ พูลเล่ย์ขับ (Drive Pulley) ต่อกับเครื่องยนต์ และพูลเล่ย์ตามหรือพูลเล่ย์กำลัง (Driven Pulley) ต่อกับเพลา มีสายพานที่ยืดหยุ่นเชื่อมต่อระหว่างพูลเล่ย์สองตัวนี้ โดยพูลเล่ย์จะทำงานสอดคล้องตามอัตราเร่งและรอบเครื่องยนต์

ความกว้างของพูลเล่ย์จะเปลี่ยนไปตามกำลังที่รถต้องการ เมื่อพูลเล่ย์ข้างหนึ่งใหญ่ขึ้น พูลเล่ย์อีกข้างจะเล็กลง และเนื่องจากพูลเล่ย์กับสายพานมีความยืดหยุ่นจึงสามารถให้อัตราทดเกียร์ที่ไม่จำกัด ต่างจากเกียร์ออโต้ที่มีเกียร์อย่างจำกัดนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม CVT ก็มีหลายประเภทที่ไม่ได้ใช้ระบบพูลเล่ย์ในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น Toroidal CVT ที่ใช้จานหมุนกับลูกกลิ้งในการส่งกำลังให้มีประสิทธิภาพเหมือนกับการใช้พูลเล่ย์ และ Hydrostatic CVT ที่ใช้ปั๊มในการควบคุมการไหลของของเหลวซึ่งจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่แบบหมุน

รถที่ใช้เกียร์ CVT

ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นมักจะใช้เกียร์ CVT มากกว่าผู้ผลิตรถยุโรป แต่ความนิยมในการใช้ CVT ก็เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกเพราะ CVT มีความประหยัดน้ำมันมากกว่า โดยค่ายรถที่นิยมใช้ระบบ CVT ได้แก่ Mitsubishi, Subaru, Nissan, และพวกรถ SUV ต่างๆ แต่ค่ายยอดฮิตอย่าง Honda และ Toyota ก็เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีระบบส่งกำลังแบบ CVT แล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะใน Honda Accord, Honda Civic, Honda CR-V, และ Honda HR-V

ข้อดีของเกียร์ CVT vs เกียร์ออโต้

จุดเด่นของ CVT ที่ทำให้ใครหลายคนชื่นชอบคือความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์อย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล นั่นหมายความว่าเครื่องยนต์จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอในทุกอัตราความเร็ว นอกจากนี้ CVT ยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง เนื่องจาก CVT มักจะมีน้ำหนักเบากว่ารถระบบเกียร์ออโต้ทั่วๆ ไปและการทำงานที่มีความนุ่มนวลลื่นไหลกว่านั่นเอง 

มาดูกันเลยดีกว่าว่าข้อดีของเกียร์ CVT เปรียบเทียบกับเกียร์ออโต้จะมีอะไรบ้าง

เกียร์ CVTเกียร์ออโต้
เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเสมอ และสามารถปรับระดับเกียร์ได้อย่างไม่จำกัดการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลไหลลื่นCVT สามารถดึงกำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถเร่งความเร็วได้ดีกว่าเกียร์ออโต้ทั่วๆ ไปCVT ให้กำลังที่เหนือกว่าในการเร่งความเร็วหรือขึ้นทางลาดชัน ผู้ขับขี่ไม่ต้องกลัวการดีดกลับหรือการกระตุกของเกียร์อีกต่อไปCVT ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากสามารถควบคุมช่วงความเร็วของรถได้ดี และยังเบากว่า รวมถึงประหยัดน้ำมันมากกว่าด้วยอาจให้ความรู้สึกในการควบคุมการขับขี่ที่ดีกว่าด้วยการปรับเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงเป็นสเต็ปค่าบำรุงรักษาเกียร์ออโต้ไม่แพงเกียร์ออโต้ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่สัมผัสได้จริง

ข้อเสียของเกียร์ CVT vs เกียร์ออโต้

ผู้ขับขี่บางคนอาจจะชอบการเปลี่ยนเกียร์และการเร่งความเร็วของเกียร์ออโต้มากกว่า ซึ่งสายซิ่งอาจจะรู้สึกขัดใจกับระบบเกียร์ CVT ไปบ้างเพราะไม่ชินกับการเปลี่ยนเกียร์ที่มีความนุ่มนวลโดยไม่มีแรงกระชากเลย

เกียร์ CVTเกียร์ออโต้
ค่าบำรุงรักษา CVT มีราคาสูงกว่าระบบเกียร์ออโต้ โดย CVT ต้องการน้ำมันพิเศษ น้ำมันเกียร์ และชิ้นส่วนเพิ่มเติมในการบำรุงรักษาอาจเกิดเสียงดังระหว่างการเร่งความเร็วผู้ขับขี่บางรายพบกับการสูญเสียความเร่งอย่างกะทันหันและระบบเกียร์ที่มีความร้อนสูงเกินไป และอาจพบการกระตุก ลื่น และสั่น เนื่องจากสายพานอาจสึกหรอหรือยืดตัวมากเกินไปได้รถเกียร์ออโต้มีความประหยัดน้ำมันน้อยกว่ารถเกียร์ CVTเกียร์ออโต้ปล่อยมลพิษมากกว่าผู้ขับขี่ต้องเปลี่ยนเกียร์เองเมื่อขึ้นทางลาดชัน

สรุป: เกียร์ CVT หรือเกียร์ออโต้ดีกว่ากัน?

จะเห็นได้ว่าทั้งเกียร์ CVT และเกียร์ออโต้ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ประโยชน์ของเกียร์ CVTหลักๆ เลยก็คือการเปลี่ยนเกียร์ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและความประหยัดน้ำมัน แต่ก็อาจมีข้อเสียที่ไม่เหมาะกับคนเท้าหนักหรือสายซิ่งเท่าไหร่นัก นอกจากนี้เกียร์ CVT อาจจะมีค่าบำรุงรักษาที่มากกว่าเกียร์ออโต้แบบเก่าอีกด้วย ดังนั้นควรเลือกระบบเกียร์ที่มีความเหมาะสมกับสไตล์การขับรถของแต่ละคน

Top