fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
การเลือกใช้ดอกยางรถยนต์

การเลือกใช้ดอกยางรถยนต์

ดอกยาง

การเลือกใช้ดอกยางรถยนต์ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพ การใช้งานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง นอกจากผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากการใช้งานอย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และตอบสนองรสนิยมในการขับขี่ของแต่ละผู้ใช้อีกด้วย

ลายของดอกยาง

ได้มีการคิดค้นและพัฒนากันมาโดยตลอด จนปัจจุบันมีลายดอกยางมากมายนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ดี เราจะแบ่งลายของดอกยางที่ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทาง การเคลื่อนที่อยู่ 2 ลักษณะ คือ

1.ดอกยางแบบสามารถใช้ได้ทั้ง 2 ทิศทาง เป็นลักษณะของลายดอกยางที่จะสามารถสลับยางได้ในทุกตำแหน่งล้อของรถ ลักษณะดอกยางทั้ง 2 ด้านจะสวนทิศทางกัน ถ้าหากเป็นการขับขี่ทั่วไป ไม่เน้นความรวดเร็วหรือรุนแรง ดอกยางลักษณะนี้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างดีเยี่ยม

2.ดอกยางทิศทางแบบทิศทางเดียว (Uni-Direction) ลายของดอกยางจะถูกบังคับให้หมุนไปในทิศทางเดียวเท่านั้นโดยมีลูกศรบอกทิศทางการหมุนอยู่ที่แก้มยางทั้ง 2 ด้าน เพราะฉะนั้นการสลับยางจะสลับได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น เช่น สลับด้านหน้าขวากับหลังขวา หรือด้านหน้าซ้ายกับหลังซ้าย เว้นเสียจากถอดตัวยางออกจากกระทะล้อเดิมไปใส่กับกระทะล้อฝั่งตรงกันข้ามได้ แต่ต้องจัดวางทิศทางการหมุนของดอกยางให้ถูกต้องเช่นเดิม มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้ทิศทางการหมุนของยางเปลี่ยนกลับทาง ทำให้ประสิทธิภาพของยางลดลง

จุดเด่นของดอกยางแบบทิศทางเดียวสามารถไล่น้ำออกจากหน้ายางได้รวดเร็วกว่าแบบ 2 ทิศทาง ป้องกันอาการเหินน้ำ (Hydroplaning) ซึ่งจะทำให้ควบคุมบังคับรถยนต์ได้ลำบากและเกิดการลื่นไถลได้ง่าย

รหัสกับความเร็ว ที่ยางของเราลองดู
รหัส ความเร็ว (km/h)
K 110
L 120
M 130
N 140
P 150
Q 160
R 170
S 180

รหัส ความเร็ว (km/h)
T 190
U 200
H 210
V 240
W 270
Y 300
ZR, ZB มากกว่า > 240 * 

ยางรถยนต์โดยทั่วไปมีอายุการใช้งานนานเท่าไร ?
อายุการใช้งานของยางรถยนต์นั้น ไม่สามารถระบุอย่างแน่ชัดได้ ขึ้นอยู่กลับสภาพการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอายุยางดังต่อไปนี้

1. ความดันลมยาง
2. น้ำหนักบรรทุก
3. ความเร็วในการขับขี่
4. สภาพถนน
5. การหยุดรถ
6. อุณหภูมิของสภาพอากาศ
7. สภาพรถยนต์ที่ใช้งาน ได้แก่ ระบบช่วงล่าง และศูนย์ล้อ เป็นต้น

ส่วนการที่จะสังเกตว่ายางหมดอายุการใช้งานหรือยังดูได้จาก ถ้าร่องยางเหลือน้อยกว่า 1.6 ม.ม. หรือสึกจนกระทั่งถึงสันนูน (Wear Indicator) ในร่องยางรอบวงยาง ก็แสดงว่ายางหมดอายุการใช้งาน สมควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้

นอกจากนี้ ถ้าหากพบการบวมเกิดขึ้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของยาง เช่นบริเวณหน้ายาง แก้มยางหรือ ขอบยาง ก็ให้เปลี่ยนเส้นใหม่ได้ทันที แม้ว่ายางเส้นนั้นจะมีดอกยางเหลืออยู่มากก็ตาม

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top