For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
น้ำยาเติมหม้อน้ำ .. จำเป็นอย่างไร

น้ำยาเติมหม้อน้ำ .. จำเป็นอย่างไร

น้ำยาเติมหม้อน้ำ (ANTIFREEZE / COOLANT) หรือ น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ที่เราเรียกกันจนติดปากว่า “คูแลนท์” (COOLANT) เอาไว้เติมหม้อน้ำ มีหลายสี ส่วนใหญ่ จะเป็นสีเขียว หรือไม่ก็เป็นสีชมพู มีทั้งแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้เลย หรือ เป็นน้ำยาเข้มข้นที่ต้องเอามาผสมน้ำก่อนใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดสนิม เพิ่มจุดเดือด ช่วยหล่อลื่นปั๊มน้ำ และยังช่วยให้เราเห็นจุดที่รั่วได้ง่ายเพราะมีสีเรืองแสง ทำให้เราสังเกตเห็นง่ายกว่าน้ำเปล่าด้วย

น้ำหล่อเย็นหรือน้ำในหม้อน้ำจะเป็นตัวนำพาความร้อนของเครื่องยนต์ที่เกิดจากการจุดระเบิดและเผาไหม้ ส่งไปที่หม้อน้ำบริเวณหน้ารถยนต์ เพื่อให้ลมช่วยระบายความร้อนทำให้น้ำเย็นตัวลง ก่อนถูกนำกลับไปหมุนวนที่เครื่องยนต์

น้ำหล่อเย็นที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้กับรถใหม่ที่ออกมาจากโรงงาน จะประกอบไปด้วยสารป้องกันการแข็งตัว (เมืองหนาวจำเป็นมาก) สารที่ทำให้จุดเดือดสูงขึ้น สารป้องกันการกัดกร่อน และน้ำ ซึ่งต้องไม่เพียงทำหน้าที่ เป็นตัวนำความร้อนไปยังหม้อน้ำเพื่อลดอุณหภูมิเท่านั้น ยังช่วยป้องกันน้ำในระบบแข็งตัวหรือเดือด และป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนชิ้นส่วน

อย่าเข้าใจผิดว่าเติมน้ำยา คูลแลนท์ แล้วหม้อน้ำจะไม่ร้อน มันยังคงร้อนเหมือนเดิมเพียงแต่ว่าจุดเดือดของน้ำสูงขึ้นหรืออุณหภูมิของน้ำจะคงที่กว่า จึงทำให้ลดแรงดันของหม้อน้ำได้ดีกว่าน้ำเปล่าๆ หรือน้ำธรรมดาที่ไม่เติมอะไรลงไปเลย

สมัยก่อนมักจะใช้น้ำยาหล่อเย็นคู่กับน้ำยาล้างหม้อน้ำ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้ว เพราะว่าถ้าหม้อน้ำแบบเดิม ๆ ที่ผ่านการใช้งานมานาน มีอายุหน่อยจะมีสนิม น้ำยาล้างหม้อน้ำจะไปกัดกร่อนสนิมที่ติดตามรอยต่อภายในหลุดออก ทำให้หม้อน้ำรั่วได้ ในกรณีที่ไม่มีน้ำยาล้างหม้อน้ำ ช่างบางคนเคยแนะนำว่าให้ใช้น้ำส้มสายชูล้างหม้อน้ำก็ได้ แต่โดยส่วนตัวไม่เคยใช้และไม่แนะนำให้ใช้

น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ในท้องตลาดมีจำหน่ายอยู่มากมายหลายยี่ห้อด้วยกัน มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในประเทศ โดยวัตถุประสงค์หลัก ๆ ของน้ำยานี้ใช้เติมลงในหม้อน้ำเพื่อป้องกันการแข็งตัวและช่วยระบายความร้อน ของน้ำในหม้อน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีที่ชื่อว่า ETHYLENE GLYCOL เป็นส่วนประกอบ

ETHYLENE GLYCOL นั้นมีจุดเดือดสูงกว่าน้ำถึงสองเท่าตัว (197.3 °C) ไม่มีสี แต่เป็นพิษ มีคนเคยบอกสารตัวนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้ระบายความร้อนของเครื่องบิน ปัจจุบัน ETHYLENE GLYCOL ถูกทำให้เจือจางลง เพื่อให้เหมาะสมกับระบบหม้อน้ำที่ใช้ในรถยนต์ โดยน้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำนี้หากผสมกับน้ำในอัตราส่วน 30 % น้ำ 70% จุดเดือดของน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 องศาเลยทีเดียว รถยนต์ใหม่ที่ออกมาจากโรงงาน มีส่วนผสมของน้ำยานี้อยู่ถึง 50% นั่นหมายถึงถ้าหากว่าหม้อน้ำมีขนาดความจุประมาณ 6ลิตร ก็จะมีน้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำผสมมาราว ๆ 3 ลิตร

ETHYLENE GLYCOL เป็นสารที่มีอันตราย หากเกิดการเผลอดื่มกินเข้าไป จะไปออกฤทธิ์ต่อไต ทำให้เกิด อาการไตวายและอาจเสียชีวิตได้ แต่เพราะคุณสมบัติหลัก ๆ ที่สำคัญมีความจำเป็นต่อเครื่องยนต์ ทำให้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนนั้นสามารถครอบคลุม ได้หมด ไม่ว่าจะเป็น อะลูมิเนียม ทองแดง เหล็กเหนียว เหล็กหล่อ หรือแม้แต่ตะกั่วบัดกรีก็ตาม

PROPYLENE GLYCOL เป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ ETHYLENE GLYCOL และกำลังถูกพัฒนาเพื่อที่จะนำมาใช้ทดแทน ETHYLENE GLYCOL น้ำยาหล่อเย็น ทั่ว ๆ ไป ใช้งานปกติก็จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี น้ำยาหล่อเย็นก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ และมีตะกอนที่หม้อพักน้ำ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ควรทำเสียก่อนที่จะเกิดการอุดตันในหลอดน้ำที่รังผึ้งหม้อน้ำ

การเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็น

การเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็น ทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง เริ่มจากเปิดก๊อกถ่ายใต้หม้อน้ำ เปิดฝาหม้อน้ำ ปล่อยให้น้ำยาหล่อเย็นเก่าไหลออกมาให้หมด ใช้สายยางใสน้ำเข้าทางฝาบนหม้อน้ำ จนกระทั่งน้ำไหลสวนขึ้นมาสัก 2-3 นาที ปล่อยให้ไหลออกหมด ทำอย่างนี้ 2-3 รอบ

หลังจากน้ำไหลออกหมดเติมน้ำยาหล่อเย็นจนเต็ม แต่ถ้าเป็นน้ำยาเข้มข้นที่ต้องเอามาผสมน้ำ ก่อนใช้ ก็ให้เติมน้ำยาหล่อเย็น 1 ขวดลิตร สลับกับน้ำ 1 ลิตร โดยปกติจะใช้น้ำยาหล่อเย็นประมาณ 2 ลิตร กับน้ำอีก 2 ลิตร ถ้าไม่มั่นใจในคุณภาพของน้ำที่ใช้ผสม ก็ใช้น้ำกลั่นเติมจะดีกว่าน้ำเปล่า

ส่วนหม้อพักน้ำก็ควรจะถอดออกมาล้างข้างนอก และอย่าลืมใส่น้ำยาหล่อเย็นลงหม้อพักน้ำให้เต็ม ติดเครื่องยนต์สัก10-15นาที รอจนถึงอุณหภูมิวาล์วน้ำเปิด เติมน้ำทีละนิดจนถึงระดับ MAX หรือ FULL อีกครั้ง

ก็จบกันไปแล้วนะคะ กับความรู้เรื่อง น้ำยาเติมหม้อน้ำ หากลูกค้าสนใจ ทางเราก็มีบริการรับประกันเครื่องยนต์ให้ค่ะ หากออกรถกับทางเรา

leave your comment


Your email address will not be published. Required fields are marked *

Top