fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

ฟิล์มกรองแสง แบบไหนใช้งานยังไง?

ประเทศไทยกับแสงแดดเป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็เจอแดดได้แบบเต็มๆ เพราะฉะนั้นการใช้รถยนต์ในการขับขี่จึงต้องมีตัวช่วยพิเศษอย่างฟิล์มกรองแสง วันนี้โตออโต้คาร์จะมาบอกเล่าถึงประเภท และความเข้มข้นของฟิล์มกรองแสงที่ช่วยให้อุณหภูมิภายในรถ วิสัยทัศน์การมองเห็นสบายตา แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท

จริงๆ แล้วฟิล์มกรองแสงที่มีอยู่ในท้องตลาดมีความแตกต่างกันที่การใช้งาน คุณสมบัติ และราคา ที่สามารถแบ่งออกได้ดังนี้คือ

1. ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UV เน้นการกรองแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาให้อ่อนลง แต่จะไม่สามารถป้องกันอันตรายจากพวกรังสีต่างๆ ที่มากับแสงแดดได้ 

2. มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UV ผลิตจากวัสดุพิเศษภายในเนื้อฟิล์ม เพื่อให้ป้องกันรังสีต่างๆ และความร้อนเพิ่มมากขึ้น แบ่งย่อยได้อีกดังนี้

ฟิล์มปรอท มีลักษณะคล้ายกระจกเงา ไม่สามารถมองจากภายนอกเข้าไปในตัวรถในเวลากลางวัน สามารถลดความร้อนตั้งแต่ 35-90% รวมถึงป้องกันรังสีต่างๆ อายุการใช้งาน 3-7 ปี 

ฟิล์มอินฟราเรด เป็นฟิล์มที่เคลือบสารเคมีพิเศษ เพื่อทำการตัดรังสีอินฟราเรด ซึ่งฟิล์มสามารถกันความร้อนได้ดีที่สุด แต่ก็มีราคาสูงมาก

ฟิล์มนิรภัย เป็นฟิล์มชนิดที่มีความหนาตั้งแต่ 4 MIL ขึ้นไป มีทั้งชนิดลดความร้อน และไม่ลดความร้อน ช่วยซับแรงจากการกระแทกได้ดี

ฟิล์มใสนาโน แสงสามารถผ่านได้มากถึง 60% ช่วยลดความร้อนได้สูง แต่ราคาค่อนข้างสูงในท้องตลาด

นอกจากนี้ฟิล์มกรองแสงยังแบ่งตามความเข้มข้น ได้ดังต่อไปนี้

1. ฟิล์ม 40% หรือเรียกว่าฟิล์มใส แสงสามารถเข้าไปในตัวรถถึง 35%

2. ฟิล์ม 60% ฟิล์มที่แสงสามารถส่องเข้าไปในตัวรถประมาณ 20%

3. ฟิล์ม 80% คือฟิล์มที่มีความเข้มมากที่สุด แสงจะส่องผ่านฟิล์มเข้าไปในตัวรถได้เพียง 5%

ทราบประเภทของฟิล์มกรองแสงกันไปแล้ว คราวนี้ก็สามารถเลือกฟิล์มกรองแสงในรถยนต์ เพื่อความสบายตา และอุณหภูมิที่เย็นสบายมากขึ้นภายในรถได้แล้ว อีกทั้งยังส่งผลต่อการช่วยในการประหยัดพลังงานอีกด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top