fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
ตั้งศูนย์-ถ่วงล้อ สำคัญยังไง?

ตั้งศูนย์-ถ่วงล้อ สำคัญยังไง?

การตั้งศูนย์ถ่วงล้อ คือสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องมีการตรวจเช็คอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะล้อคือส่วนที่สำคัญในการขับรถ หากมีการสึกหรอหรือมีการเบี้ยวเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอันตรายขึ้นได้ วันนี้จะมาให้ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการตั้งศูนย์และถ่วงล้อ พร้อมตอบคำถามว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรตั้งศูนย์และถ่วงล้อเมื่อไหร่ รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเช็คล้อและยางเบื้องต้นกันเลย

การตั้งศูนย์และถ่วงล้อสำคัญต่อการขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้มุมองศาของล้อรถเบี้ยวไปจากเดิม ทิศทางการบังคับรถก็จะเอียงไปด้วยทำให้อาจเกิดอุบัติเหตุหรือทำให้รถขับกินเลนโดยไม่ตั้งใจได้ สาเหตุที่ทำให้มุมหรือองศาของล้อเบี้ยวก็อาจเกิดจากการใช้งานหรือถนนที่ไม่ราบเรียบ และนอกจากจะทำให้องศาล้อเปลี่ยนไปแล้ว อาจทำให้ยางสึกหรอเร็วกว่าอายุการใช้งานจริงตามมาได้ด้วย ดังนั้นการตั้งศูนย์จะเป็นสิ่งที่มาช่วยในเรื่องนี้และยังทำให้การขับรถของคุณนุ่มนวลขึ้นอีกด้วย
ส่วนการถ่วงล้อก็คือขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำเช่นกันในกรณีที่ล้อมีการสั่นหรือหมุน มักจะทำเสมอเวลาเปลี่ยนยางใหม่เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของล้อรถ

ตั้งศูนย์ถ่วงล้อคืออะไร?

ตั้งศูนย์กับถ่วงล้อคือขั้นตอนที่แตกต่างกันแต่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
การตั้งศูนย์ คือการตั้งมุมของล้อรถ ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง แต่มักจะให้ความสำคัญกับการตั้งศูนย์ล้อหน้ามากกว่าเพราะเป็นตัวที่ควบคุมทิศทางของรถยนต์ ต้องตั้งให้มุมต่างๆ ของล้อหน้ามีความสัมพันธ์กันทั้งหมดเพื่อให้รถวิ่งตรงและผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยบังคับทิศทางมากจนเกินไป มีผลให้การขับทางตรงและการเลี้ยวรถมีประสิทธิภาพไม่เบี้ยวออกนอกทาง และต้องตั้งศูนย์ล้อให้ล้อหน้ากับล้อหลังวิ่งเป็นแนวเดียวกันด้วย ส่วนการตั้งศูนย์ต้องปรับมุมองศาล้อให้ตรงตามที่ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นนั้นๆ กำหนด
การถ่วงล้อ คือการทดสอบความสมดุลของล้อด้วยการใช้เครื่องถ่วงตรวจสอบว่าล้อมีการแกว่งหรือสั่นสะเทือนมากน้อยแค่ไหน เพราะล้ออาจจะมีน้ำหนักไม่สมดุลตลอดเส้นรอบวง เมื่อน้ำหนักกระจายไม่เท่ากันล้อรถก็จะหมุนได้ ดังนั้นจึงมีการถ่วงล้อขึ้นด้วยการใช้ตะกั่วถ่วงน้ำหนักติดไปตามจุดของล้อเพื่อให้เกิดความสมดุล ซึ่งการถ่วงล้อก็สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่ การถอดล้อถ่วงด้วยเครื่องและการถ่วงล้อจี้แบบไม่ต้องถอดล้อ วิธีนี้จะแม่นยำกว่า

ต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อเมื่อไหร่

เมื่อไหร่ต้องตั้งศูนย์?:

  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุทำให้บริเวณล้อรถได้รับความเสียหาย (อาจจะชนฟุตบาทหรือขอบถนน)
  • เมื่อมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนช่วงล่างรถยนต์หรือระบบบังคับเลี้ยว
  • เมื่อเกิดความรู้สึกผิดปกติขณะขับรถ เช่น รถขับไม่ตรงมีการดึงหรือปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง พวงมาลัยยังทำมุมอยู่เมื่อขับทางตรง มีเสียงเมื่อเข้าโค้ง หรือวงเลี้ยวซ้ายขวาไม่เท่ากัน เป็นต้น
  • เมื่อพบความผิดปกติที่ตัวยาง เช่น ยางสึกหรอหรือมีความเสียหายบางส่วน

เมื่อไหร่ต้องถ่วงล้อ?:

  • เมื่อเปลี่ยนยางใหม่ควรถ่วงล้อทุกล้อเสมอ
  • เมื่อพวงมาลัยมีอาการสั่นผิดปกติ
  • เมื่อสลับยางวิ่งแล้วเกิดอาการสั่น

วิธีการตั้งศูนย์ล้อ

การตั้งศูนย์ล้อรถต้องตั้งมุม 3 มุมให้มีความสมดุล ได้แก่ มุมโท มุมแคมเบอร์ และมุมแคสเตอร์

มุมโท คือมุมที่จะส่งผลเรื่องการควบคุมรถ ทำให้ควบคุมรถทางตรงได้ง่าย
การสังเกตมุมโท: สังเกตได้ล้อหน้าทั้งสองฝั่งในแนวขนาน ถ้าขนานกัน มุมโทจะมีค่าเป็น 0 แต่ถ้าด้านหน้าของล้อหุบและด้านหลังถ่างออกคือ “โทอิน” ส่วนถ้าด้านหน้าของล้อถ่างและด้านหลังหุบเรียกว่า “โทเอาต์”
หากเกิดโทอินแสดงว่าขอบยางด้านนอกมีโอกาสสึกเพิ่มมากขึ้น แต่หากเกิดโอเอาต์อาจเพิ่มโอกาสการสึกของขอบยางด้านในนั่นเอง

มุมแคมเบอร์ คือมุมเอียงของล้อแนวดิ่ง สามารถส่งผลให้เกิดการสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอได้
การสังเกตมุมแคมเบอร์: สังเกตการเอียงได้เมื่อมองจากทางข้างหน้าของรถ ถ้าล้อซ้ายและล้อขวาขนานกันในแนวดิ่ง มุมแคมเบอร์จะมีค่าเป็น 0 แต่ถ้าด้านบนของล้อเอียงจากตัวรถจะเรียกว่า “แคมเบอร์บวก” อาจทำให้ยางสึกหรอที่ขอบด้านนอกได้ แต่หากด้านบนของล้อเอียงเข้าหาตัวรถจะเรียกว่า “แคมเบอร์ลบ” อาจทำให้ยางสึกหรอที่ขอบด้านในได้

มุมแคสเตอร์ หรือมุมแกนล้อ คือมุมเอียงของโช้คอัพหรือมุมของคอม้าที่ไม่สามารถตั้งเองได้เพราะองศาได้กำหนดมาโดยผู้ผลิตรถยนต์แล้ว ส่งผลในเรื่องการหักเลี้ยวและคืนตัวของพวงมาลัย

ราคาตั้งศูนย์ถ่วงล้อ

  • ราคาตั้งศูนย์: 200-500 บาท (โดยประมาณ)
  • ราคาถ่วงล้อ: 50-100 บาทต่อล้อ (โดยประมาณ)

วิธีเช็คยางรถยนต์

แน่นอนว่ายางเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากของรถยนต์ ดังนั้นเราควรเช็คสภาพยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ หากเกิดการเสื่อมสภาพหรือเสียหายต้องรีบซ่อมแซมทันที
ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ภายนอก: การเช็คยางรถยนต์สามารถประเมินจากการดูภายนอกเบื้องต้นได้ เช่น หากเนื้อยางเริ่มมีความแข็งแสดงว่าเริ่มหมดอายุการใช้งานแล้ว หรือหากภายนอกมีความเสียหาย มีรอยรั่ว ก็ควรเอาไปเช็คเช่นกัน นอกจากนี้ ควรเช็ควันที่ผลิตบนยางรถยนต์ หากเกิน 5 ปีแล้วก็ควรเปลี่ยนทันที

ตรวจสอบความดันลมยาง: การตรวจสอบให้ยางรถของคุณมีลมยางที่พอดีจะทำให้รถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น เพราะหากมีลมยางไม่พอหรือมากเกินไปอาจจะส่งผลต่อการควบคุมรถและการเบรกได้ ความดันลมยางต่ำอาจทำให้เกิดความร้อนและระเบิดได้ด้วย

สรุป

การตั้งศูนย์ถ่วงล้อรวมถึงการดูแลรักษาเช็คสภาพล้อรถยนต์อยู่เสมอคือสิ่งที่ควรทำ เพื่อประสิทธิภาพการขับรถที่ดีและช่วยยืดอายุการใช้งานของยางให้นานที่สุด

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top