fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
วิธีดูแลรถยนต์ ง๊ายง่าย ผู้หญิงก็ทำได้

วิธีดูแลรถยนต์ ง๊ายง่าย ผู้หญิงก็ทำได้

1. เช็กลมยาง เเละยางรถยนต์

เช็กลมยาง ถือเป็นเรื่องขั้นพื้นฐานสำหรับคนขับรถยนต์เลยค่ะ โดยเราควรเช็กอาทิตย์ละครั้งก่อนออกจากบ้าน ดูให้ครบทั้ง 4 ล้อ ถ้าลมยางอ่อนเกินไป นอกจากจะเป็นอันตรายต่อการขับขี่แล้ว ยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย

วิธีการเติมลมยาง

เราสามารถไปเติมได้ที่ปั๊มเลยค่ะ ซึ่งปกติแล้วรถทุกรุ่นจะมีแท็กบอกอยู่ข้างประตูฝั่งคนขับ ว่าเราควรเติมลมล้อหน้าเท่าไร ล้อหลังเท่าไร

2. เช็กระดับน้ำมันเครื่อง

เราสามารถ เช็กระดับน้ำมันเครื่อง โดยการเปิดฝากระโปรงรถ แล้วดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออก ใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำมันออกก่อน จากนั้นเสียบกลับเข้าไปที่เดิม แล้วดึงออกมาดูอีกครั้ง และให้ลองสังเกตรอยคราบน้ำมันเครื่องไม่ควรอยู่ต่ำกว่าขีดล่าง ถ้าเกิดรอบน้ำมันอยู่ต่ำกว่าต้องเติมน้ำมันเครื่องจนได้ระดับ แต่อย่าเติมน้ำมันเครื่องให้เกินขีดบน เพราะหากเติมเกินจะทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายได้

3. เช็กระดับน้ำสำหรับฉีดทำความสะอาดกระจก

จะใช้น้ำเปล่าที่สะอาดเติมแทนน้ำยาสำหรับ ทำความสะอาดคราบสกปรก บนกระจกก็ได้ และเติมในระดับตามขีดที่กำหนดเอาไว้ แต่น้ำจะต้องมีอยู่ตลอดเวลานะคะ เพราะหากกระจกของเราสกปรกทัศนวิสัยไม่ชัดเจน และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้น เราควรใส่น้ำยา หรือน้ำสะอาด เผื่อไว้ตอนที่กระจกหน้าของเรามีสิ่งสปรก เพื่อให้วิสัยทัศน์ในการขับรถของเราสะอาด

4. เช็กน้ำยาหล่อเย็น หรือน้ำยาหม้อน้ำ

ยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ รถยนต์ของเราเสี่ยงโอเวอร์ฮีทสูงมาก ดังนั้นเราต้องหมั่นเช็กน้ำยาให้ได้ระดับอยู่ตลอด และควรใช้น้ำยาที่มีคุณภาพ หรือหากไม่มีก็ควรใช้น้ำสะอาด เพราะหากใช้น้ำยาปลอมจะมีผลต่อเครื่องยนต์โดยตรง ถ้าเกิดความร้อนขึ้นมากลางทางด้วยแล้วละก็ อันตายมากๆ เลยค่ะ

5. เช็กและสังเกตแบตเตอรี่รถยนต์

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบตเตอรี่เรามีปัญหา ง่ายๆ เลยค่ะ เวลาเราสตาร์ทเครื่องยนต์ เช่น ถ้าบิดกุญแจเเล้วเครื่องยนต์มันติดยาก สตาร์ทไม่ค่อยติด หรือไฟในห้องโดยสารจู่ๆ ก็อ่อนลง อาการแบบนี้เดาได้ไม่ยากเลย ว่าแบตเตอรี่รถยนต์กำลังจะหมด แต่ถ้าในกรณีเพิ่งเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่เกิน 6 เดือน แล้วมีอาการแบบนี้ แสดงว่าอาจจะผิดปกติจากอย่างอื่น ให้รีบ นำรถเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ เพื่อเช็กความเรียบร้อยโดยด่วน

6. เช็กระดับน้ำมันเบรก

เปิดฝากระโปรงหน้ารถ และให้เราลองสังเกตกระปุก น้ำมันเบรก จะมีขีดระดับ MAX กับ MIN ซึ่งระดับน้ำมันเบรกจะต้องต่ำกว่า MIN และไม่ให้เกินขีด MAX ตอนเติมน้ำมันเบรกระวังหกโดนสีรถด้วยนะคะ เพราะน้ำมันเบรกจะทำลายสีของรถได้ หากระดับน้ำมันเบรกลดลงไปมาก แสดงว่า ผ้าเบรก ของเราอาจจะสึก แต่ถ้าเพิ่งเปลี่ยนน้ำยาเบรกไปไม่นาน แต่น้ำยากลับต่ำกว่าขีด MIN อีก อาจเกิดการรั่วซึมได้ ต้องรีบไปเช็กโดยด่วนเลยค่ะ เพราะมันอันตรายมาก

7. เช็กน้ำมันเกียร์

เวลาเช็กน้ำมันเกียร์ให้เราสตาร์ทเครื่องไว้สัก 2-3 นาที จากนั้นดึงก้านวัดน้ำมันเกียร์ออกมา และเช็กคราบน้ำมันที่ก้านวัดออก แล้วให้เสียบกลับเข้าใหม่ ดึงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อดูระดับน้ำมัน ซึ่งอย่าให้ต่ำกว่าขีด MIN เช่นกัน ถ้าหากคุณไม่รู้ว่าจะต้องเติมยังไง หรือใช้รุ่นไหนก็ให้เข้าไปที่ศูนย์บริการหรืออู่ที่คุณทำประกันเอาไว้ เราทำหน้าที่แค่สังเกตดูว่ามันปกติดีหรือไม่ก็พอ เห็นไหมคะว่า สาวสวยสุดสตรองอย่างเราก็สามารถ ดูแลรักษารถยนต์ ที่เรารักได้เช่นกัน 

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top