fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
5 วิธีเตรียมความพร้อมรถก่อนออกทริป

5 วิธีเตรียมความพร้อมรถก่อนออกทริป

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับ……5 วิธีเตรียมความพร้อมรถก่อนออกทริป

1. ตรวจเช็คสภาพรถเป็นระยะ 

ข้อแรกนี้ นับได้ว่าเป็นพื้นฐานของการใช้รถ การตรวจเช็คสถาะรถยนต์ เป็นประจำจะช่วยให้รถอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ หลีกเลี่ยงการเกิดความเสียหายระหว่างทาง เช่น น้ำยาหม้อน้ำน้อยจนส่งผลให้เครื่องร้อนจัดระหว่างทาง หรือน้ำมันเครื่องรั่วซึมจนทำให้เครื่องยนต์เสียหาย เป็นต้น การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ทำได้หลายวิธี ดังนี้

1) ตรวจวัดระดับของเหลวทั้งหมดในรถ จุดใดที่ต้องเต็มก็ควรเติมให้เต็ม (น้ำยาฉีดกระจก) จุดใดควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมก็ควรทำตามอย่างเคร่งครัด (ระดับน้ำมันเครื่อง, ระดับน้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก ควรอยู่ที่กึ่งกลางเมื่อเครื่องเย็น)

2) ตรวจสอบไส้กรองอากาศ เพราะถนนก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่เต็มไปด้วยมลภาวะ การที่อากาศหรือไอดีสามารถเดินทางไปยังห้องเผาไหม้ได้ดี ก็จะส่งให้เชื้อเพลิงเผาไหม้ได้สมบูรณ์ ส่งผลต่ออัตราเชื้อเพลิงต่อระยะทาง

3) ระบบไฟและระบบส่องสว่าง เนื่องจากบนท้องถนน รถไม่สามารถสื่อสารกันเองได้ และไม่สามารถพูดอะไรกับคนขับได้ สัญญาณไฟและระบบส่องสว่างทุกจุดบนรถจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะนอกจากจะทำให้รับรู้สภาวะต่างๆ ของรถแล้วก็ยังช่วยส่องสว่างเส้นทาง หรือให้สัญญาณเพื่อนร่วมถนนได้ ช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุหรือความเสียหายได้เลย 

4) ผ้าเบรก สภาพของผ้าเบรกมีส่วนช่วยชี้เป็นชี้ตายในช่วงเวลาสำคัญ เพราะผ้าเบรกมีส่วนช่วยลดระยะในการเบรก เป็นชิ้นส่วนหลักที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนได้

5) อะไหล่ต่างๆ ที่เสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลา เช่น ยางขอบกระจก ยางขอบประตู ยางแท่นเครื่อง แม้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้จะไม่ได้มีผลให้รถขับเคลื่อนไม่ได้เลยเมื่อเสื่อมสภาพ แต่ก็ส่งผลต่อสมาธิของคนขับ เพราะการขับรถทางไกลไม่ควรถูกรบกวนด้วยเสียงรบกวนรอบข้างหรือจากห้องเครื่อง หรือน้ำรั่วซึมจากจุดต่างๆ

2. ตรวจเช็คลมยาง

ยางรถยนต์นอกจากจะใช้ขับเคลื่อนไปตามทางแล้ว ยังเป็นส่วนที่ส่งผลกับความปลอดภัยในการขับขี่ ความสบายของผู้โดยสาร และมีผลกับอัตราเชื้อเพลิงต่อระยะทางอีกด้วย ดังนั้นการตรวจเช็คลมยางจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้จะไม่ได้เดินทางไกล การตรวจเช็คและเติมลมยางก็ควรทำเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์

3. ตรวจสอบระบบปรับอากาศ

สำหรับประเทศไทยแล้ว เครื่องปรับอากาศในรถยนต์สำคัญมาก ด้วยอากาศบ้านเราที่ร้อนตลอดปี แม้ขับรถในภาคเหนือหรืออีสานหน้าหนาว หากเป็นช่วงเวลากลางวัน แดดก็จะร้อนจนส่งผลต่อภายในห้องโดยสารอยู่ดี ดังนั้นเครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน ก็ควรรีบเข้าอู่ซ่อมแซมทันที เพราะการขับรถแบบร้อนๆ เหงื่อชุ่ม หรือต้องเปิดหน้าต่างขับ สำหรับบางคนก็อาจไม่ชอบที่มีเสียงรบกวน ซึ่งส่งผลต่อสมาธินระหว่างขับขี่

4. เช็คการทำงานของระบบไฟฟ้า

เพราะรถต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มสตาร์ทรถ โดยการสตาร์ทรถต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และระหว่างการขับขี่ก็ใช้พลังงานจากอัลเทอร์เนเตอร์ (Alternator) หรือไดชาร์จ ในการจ่ายไฟไปยังระบบอื่นๆ เช่นระบบส่องสว่าง สัญญาณไฟต่าง เซ็นเซอร์ต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถรุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบไฟฟ้าอย่างระบบเปิดปิดหน้าต่าง มัลติมีเดีย กล้องมองหลัง พวงมาลัยไฟฟ้า คันเร่งไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งมีผลต่อสุนทรี และสมาธิในการขับขี่ของคนขับอีกด้วย 

5. เตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ยามต้องเดินทางไกล เราไม่มีทางรับรู้ได้ ว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินกับรถหรือผู้โดยสารของเราเมื่อใด บริเวณที่อยู่ในขณะนั้นอาจไม่เหมาะสมหรือยากต่อการเรียกหาความช่วยเหลือ ดังนั้นการมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินไม่เพียงแต่ มีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ยังมีไฟฉาย, สายจั๊มพ์สตาร์ท, สเปรย์อุดยางรั่ว, ไขควง, ประแจ, ชุดฟิวส์สำรอง, ซึ่งหากเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด การแก้ไขเบื้องต้นให้รถสามารถวิ่งได้อีกระยะ เพื่อไปขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมืออาชีพได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top