fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
ช่อง OBD II คืออะไร? ทำไมรถทุกคันถึงต้องมี?

ช่อง OBD II คืออะไร? ทำไมรถทุกคันถึงต้องมี?

สวัสดีครับพวกเรา โตออโต้คาร์ | ศูนย์รวมรถยนต์มือสองมาตรฐานที่คุณวางใจ

วันนี้เราจะมาแนะนำว่า ช่อง OBD II คืออะไร? แล้วทำไมรถทุกคันถึงต้องมี?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าช่อง OBD II คืออะไร? ทำไมรถทุกคันถึงต้องมี?แต่บางคนคงอาจจะเคยได้ยินคำว่า “ช่อง OBD” มาบ้างแล้วก็มี ซึ่งบางคนก็ไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของมันด้วยซ้ำ แล้วรู้หรือไม่ว่าเจ้า OBD ที่ว่านี้แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงต้องมีติดตั้งไว้ในรถแทบทุกคันกันเลย?

บทความจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

OBD ย่อมาจากคำว่า On-board Diagnostic ซึ่งเป็นพอร์ตมาตรฐานสำหรับใช้เชื่อมต่อเข้ากับกับระบบคอมพิวเตอร์ โดยพอร์ตที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะถูกเรียกว่า OBD 2 หรือ OBD II ซึ่งมีลักษณะเป็นปลั๊กเสียบที่มีพินเชื่อมต่อขนาดเล็กจำนวน 16 พิน ติดตั้งเอาไว้ใต้แผงคอนโซลฝั่งผู้ขับขี่ หรือบางทีอาจจะมีฝาพลาสติกปิดอยู่หรือไม่มีก็ได้ และบางทีอาจจะถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งอื่นๆ แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรถยนต์ในแต่ละรุ่น

ส่วนมากช่อง OBD II จะถูกใช้สำหรับศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป เพื่อทำการตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นของตัวรถยนต์ โดยเฉพาะในเวลาที่มรไฟเตือนรูปเครื่องยนต์ปรากฏขึ้นบนหน้าปัด ช่างก็จะใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเข้ากับตัวรถผ่านพอร์ต OBD II เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติที่เกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดนั่นเอง ขณะที่รถรุ่นใหม่ๆ สามารถเก็บบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียบคันเร่ง การเหยียบเบรก ความถี่ในการใช้รถ และอื่นๆ อีกด้วย

ปัจจุบันมีผู้คิดค้นอุปกรณ์Bluetoothสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับช่อง OBD II เพื่ออ่านค่าเบื้องต้นผ่านโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนได้ โดยสามารถบอกข้อมูลคร่าวๆ เช่น รอบเครื่องยนต์, ความเร็วในขณะนั้น, การแจ้งเตือนและความผิดปกติต่างๆ โดยสามารถหาซื้อได้ในราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท แต่อุปกรณ์เหล่านี้จะทำได้เฉพาะการอ่านค่าเท่านั้น แต่ไม่สามารถปรับแต่งค่าใดๆ ได้

      อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีพ่อค้าหัวใสคิดค้นผลิตภัณฑ์เสียบช่อง OBD II ในราคาไม่กี่ร้อยบาท โดยอ้างสรรพคุณว่าจะช่วยให้รถแรงขึ้น ประหยัดน้ำมันขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากพอร์ตดังกล่าวเป็นเพียงช่องทางเชื่อมต่อข้อมูลสำหรับการแสดงผลเท่านั้น ขณะที่การปรับจูนกล่องควบคุมเครื่องยนต์ หรือ ECU ก็จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือและช่างผู้ชำนาญการโดยเฉพาะกับรถรุ่นนั้นๆ เท่านั้น

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top