fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
ข้อดี-ข้อเสียไฟหน้า “ฮาโลเจน-ซีนอน-LED” แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

ข้อดี-ข้อเสียไฟหน้า “ฮาโลเจน-ซีนอน-LED” แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

ไฟหน้าฮาโลเจน ไฟหน้าซีนอน และไฟหน้า LED แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แล้วไฟหน้าแบบไหนจึงจะเรียกว่าดีที่สุดกันหล่ะ? วันนี้ โตออโต้คาร์ | ศูนย์รวมรถยนต์มือสองมาตรฐานที่คุณวางใจ จะมาบอกถึงข้อดี-ข้อเสียไฟหน้า “ฮาโลเจน-ซีนอน-LED” แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีไฟหน้ามีการพัฒนาการก้าวหน้าไปจากแต่ก่อนเอามากๆ ไฟหน้าในรถยนต์ระดับหรูในบางรุ่นถึงขั้นที่ว่าสามารถเชื่อมต่อกับระบบนำทางเพื่อปรับองศาส่องสว่างก่อนที่ตัวรถจะเริ่มเข้าโค้งเสียอีก และในบางรุ่นยังสามารถเปิดไฟสูงเฉพาะส่วนได้อีกด้วยเพื่อไม่ให้แสงไฟไปแยงตารถยนต์คันข้างหน้าและยังสามารถควบคู่ไปกับทัศนวิสัยอันดีเยี่ยมได้อีกด้วย

แต่ไม่ว่าไฟหน้าจะมีฟังก์ชั่นที่ล้ำหน้าไปมากขนาดไหนก็ตาม แต่ว่าแหล่งกำเนิดแสงสว่างโดยทั่วไปจะมาจากหลอดทั้งหมด 3 แบบ นั่นก็คือ ฮาโลเจน (Halogen), ซีนอน (HID) และแอลอีดี (LED) โดยแต่ละแบบนั้นต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป

หลอดฮาโลเจน (Halogen)

หลอดไฟหน้าฮาโลเจนเป็นแบบที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนาน เพราะว่าให้แสงสว่างในโทนสีที่นวลดูสบายตา และสามารถติดตั้งเข้ากับโคมแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ทั่วไปได้ จึงทำให้มีต้นทุนในการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังสามารถหาซื้อเปลี่ยนได้ง่ายดาย และยังมีราคาเพียงหลักร้อยบาท ไปจนถึงพันต้นๆ เพียงเท่านั้น แต่ข้อด้อยของหลอดฮาโลเจนนั้นก็อยู่ที่ความสว่างค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหลอดไฟชนิดอื่นๆ

หลอดไฟหน้าฮาโลเจนมีขั้วให้เลือกค่อนข้างมาก โดยปรกติแล้วขั้วที่ได้รับความนิยมนั้นเป็นขั้วแบบ H4 ที่รวมเอาไฟต่ำและไฟสูงเข้าไว้ด้วยกัน มักจะพบได้ในรถราคาที่ประหยัด ถึงกระนั้น การเปลี่ยนหลอดไฟหน้านั้นจำเป็นจะต้องใช้ขั้วเดิมตามที่รถแต่ละรุ่นกำหนดไว้เพียงเท่านั้น

บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)
บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

หลอดซีนอน (HID)

หลอดไฟแบบซีนอน หรือ HID (High Intensity Discharge) เป็นหลอดไฟที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ช่วงปี 2000 ขึ้นมา ซึ่งเป็นหลอดไฟที่ให้โทนสีขาวดูทันสมัย โดยจะมีอุณหภูมิสีตั้งแต่ 4200K ขึ้นไป ซึ่งหลอดซีนอนจะให้ความสว่างกว่าหลอดฮาโลเจนอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องติดตั้งเข้ากับโคมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะกับหลอดไฟแบบนี้ด้วยโดยเฉพาะ (ส่วนมากจะเป็นโคมแบบโปรเจคเตอร์ แต่ในยุคแรกๆ ก็มีการติดตั้งเข้ากับโคมมัลติรีเฟล็กเตอร์ที่ออกแบบสำหรับหลอด HID เช่นกัน จะเห็นได้จาก Toyota Camry รหัส AVC30 หรือ Mercedes-Benz E-Class รหัส W210 เป็นต้น)

ส่วนข้อเสียของหลอดแบบ HID นั้น แม้ว่าจะมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกับหลอดฮาโลเจน แต่ว่าราคาอะไหล่ของหลอดซีนอนนั้นค่อนข้างสูงมากพอสมควร แต่ถ้าหากเป็นสมัยก่อนอาจจะมีราคาสูงถึงหลอดละ 4,000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว แต่ว่าในยุคปัจจุบันนั้นเริ่มมีของจากประเทศจีนวางจำหน่ายให้เห็นได้ในราคาหลักร้อย แต่ว่าถ้าหากเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงก็ยังคงจะอยู่ในราคาระดับหลักพันบาทเช่นเดิม

บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)
บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

หลอดแอลอีดี (LED)

ไฟหน้าแอลอีดีกำลังเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากว่ามีต้นทุนต่ำกว่าสมัยก่อน อีกทั้งผู้ผลิตยังสามารถออกแบบให้มีลักษณะที่หลากหลายเพื่อให้เข้ากับส่วนต่างๆ ของตัวรถยนต์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ไฟหน้าแบบ LED ยังให้แสงสว่างในโทนสีขาวอมฟ้าดูสวยงามและมีความเข้มของแสงมากกว่าแบบหลอดซีนอนและแบบหลอดฮาโลเจนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้หลอดแบบแอลอีดียังกินไฟต่ำ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ส่วนข้อเสียของหลอด LED นั้น มักจะเป็นเรื่องของการซ่อมบำรุง เนื่องจากว่าหลอด LED มีอายุการใช้งานที่ยาวนานอยู่แล้ว แต่ส่วนที่เสียมักจะเกี่ยวกับแผงวงจรที่เสื่อมสภาพเสียมากกว่า จึงทำให้การเปลี่ยนแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร

บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)
บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

ซึ่งในยุคปัจจุบันมีหลอดไฟหน้าแบบ HID และ LED วางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย แต่ก็ไม่ควรนำมาใช้กับโคมที่ออกแบบมาสำหรับหลอดฮาโลเจนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้แสงที่ได้สว่างจ้าและฟุ้งกระจายจนรบกวนสายตาผู้ร่วมทาง ทางที่ดีหากรู้สึกว่าไฟหน้ารถแบบฮาโลเจนเดิมไม่สว่าง ควรเปลี่ยนเป็นหลอดแบบอัปเกรดจะดีกว่า เช่น Phillips X-treme Vision, Osram Nightbreaker เป็นต้น ซึ่งจะมีความสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนโดยทั่วไปและก็เพียงพอต่อการใช้งานเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีไฟหน้าแบบเลเซอร์ (Laser) อีกด้วย โดยการที่ใช้แสงเลเซอร์มาเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างแทน จึงส่งผลให้มีความสว่างมากกว่าทั้ง 3 แบบข้างต้น ซึ่งจะพบได้ในรถยนต์ระดับหรูบางยี่ห้อ เช่น BMW และ Audi แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไฟหน้าแบบเลเซอร์จะถูกสงวนไว้ใช้กับไฟสูง และต้องเป็นรถที่ติดตั้งระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติเพียงเท่านั้น โดยชุดไฟหลักจะยังคงเป็นแบบ LED ปกติ

ไฟสูงแบบเลเซอร์จะสว่างขึ้นเองต่อเมื่อถนนมืดสนิทและไม่มีรถคันอื่นอยู่เบื้องหน้า อาศัยจากการคำนวณผ่านกล้องที่ติดตั้งไว้บริเวณกระจกบังลมหน้า เพื่อป้องกันความผิดพลาดของผู้ขับขี่ที่อาจเผลอเปิดไฟสูงค้างไว้จนเป็นอันตรายต่อผู้ร่วมทาง แต่หากผู้ขับขี่ต้องการเปิดไฟสูงด้วยตัวเอง เช่น กระพริบไฟขอทาง จะเป็นการใช้หลอด LED ปกติ ไม่ใช่ไฟแบบเลเซอร์แต่อย่างใด

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top