fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
อาการเหินน้ำ (Hydroplanning) สาเหตุสำคัญทำรถเสียหลักบนพื้นถนนเปียก

อาการเหินน้ำ (Hydroplanning) สาเหตุสำคัญทำรถเสียหลักบนพื้นถนนเปียก

การที่ถนนเปียกน้ำจะทำให้รถเยนต์สียหลักได้ง่ายกว่าถนนแห้งเป็นปรกติอยู่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่สำคัญของอุบัติเหตุช่วงฤดูฝนมักเกิดจาก “อาการเหินน้ำ” หรือ “Hydroplaning” นั่นเอง วันนี้ โตออโต้คาร์ | ศูนย์รวมรถยนต์มือสองมาตรฐานที่คุณวางใจ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักอาการเหินน้ำ (Hydroplanning) สาเหตุสำคัญทำรถเสียหลักบนพื้นถนนเปียกและวิธีป้องกันไม่ให้รถเสียหลักกันครับ

บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)
บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

อาการเหินน้ำ (Hydroplaning) คืออะไร?

อาการเหินน้ำ เกิดจากการขับรถบนพื้นผิวถนนที่เปียกหรือขับผ่านแอ่งน้ำ แต่ว่ายางไม่สามารถรีดน้ำออกได้ทัน จนเกิดเป็นชั้นน้ำอยู่ใต้ผิวยาง จึงส่งผลให้ยางสูญเสียการยึดเกาะถนนไป ถ้าหากใช้ความเร็วสูงมากก็อาจทำให้เกิดอาการเสียหลักจนนำไปสู่อุบัติเหตุได้

อาการเหินน้ำ มีสาเหตุมาจากอะไร?

โดยส่วนมากแล้วอาการเหินน้ำจะเกิดจากการที่ใช้ความเร็วสูงจนเกินไป จึงทำให้ยางไม่สามารถรีดน้ำออกได้ทัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วยางรถยนต์จะสามารถรีดน้ำได้ในอัตรา 15 ลิตรต่อวินาทีขึ้นไป ดังนั้นถ้าหากมีปริมาณน้ำบนพื้นถนนมากเกินไป ก็จะเกินขีดความสามารถในการรีดน้ำของยางนั่นเอง

อีกกรณีหนึ่งที่พบได้บ่อยครั้งก็คือ การใช้ยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพ มีความลึกของร่องดอกยางน้อยจนเกินไป จึงส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในการรีดน้ำลดลงได้ และจะเกิดอาการเหินน้ำได้ง่ายกว่าปกตินั่นเอง

ระบบควบคุมเสถียรภาพก็อาจไม่ช่วย!

แม้ว่าในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะมีระบบควบคุมเสถียรภาพที่ช่วยป้องกันและแก้ไขอาการขณะรถเสียหลักแล้วนั้น (อาจใช้ชื่อว่า VSC, VSA, DSC, ESP และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับรถยนต์ในแต่ละยี่ห้อ) แต่ถ้าหากใช้ความเร็วสูงมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกินกำลังของระบบในการแก้ไขให้รถกลับมาวิ่งตรงดังเดิม เนื่องจากระบบดังกล่าวก็ต้องอาศัยการยึดเกาะของหน้ายางและผิวถนนเพื่อแก้อาการเป๋ของตัวรถอยู่ดี

ดังนั้น แม้ว่ารถของคุณจะมีระบบควบคุมเสถียรภาพ ก็ไม่ควรจะไว้ใจระบบมากจนเกินไปอย่างเด็ดขาด

วิธีลดโอกาสเสี่ยงอาการเหินน้ำทำอย่างไร?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าอาการเหินน้ำมีสาเหตุหลักมาจากการที่ยางไม่สามารถรีดน้ำได้ทัน ซึ่งวิธีการป้องกันจึงสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม ทางที่ดีควรใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. (หรือช้ากว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพถนน)
  2. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าประมาณ 3 ช่วงคัน เผื่อในกรณีที่มีแอ่งน้ำจะได้เบี่ยงหลบทัน
  3. ลดความเร็วก่อนลุยแอ่งน้ำ ลดโอกาสการเหินน้ำ
  4. หลีกเลี่ยงการใช้เลนขวาสุด หรือแซงขึ้นทางด้านซ้าย เพราะอาจมีแอ่งน้ำขังอยู่
  5. ตรวจเช็กสภาพยางให้มีร่องดอกยางลึกเกินกว่า 3 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการรีดน้ำ

หากทำตามข้อแนะนำดังกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าอาการเหินน้ำจะไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอนครับ

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top