fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
6 วิธีให้ทาง “รถพยาบาลฉุกเฉิน” ถ้าไม่หลบระวังเจอข้อหา “เจตนาฆ่า”

6 วิธีให้ทาง “รถพยาบาลฉุกเฉิน” ถ้าไม่หลบระวังเจอข้อหา “เจตนาฆ่า”

รถพยาบาลฉุกเฉิน หรือรถ Ambulance เป็นยานพาหนะสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลใกล้เคียง เพื่อแพทย์จะได้ทำการรักษาและช่วยชีวิตโดยเร็วที่สุด ดังนั้นถ้าหากคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ขับรถอยู่บนท้องถนน แล้วเจอรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนต่อท้ายหลังรถมา แต่ไม่รู้ว่าจะหลีกทางให้อย่างไรดี วันนี้ โตออโต้คาร์ | ศูนย์รวมรถยนต์มือสองมาตรฐานที่คุณวางใจ จะมาแนะนำ6 วิธีให้ทาง “รถพยาบาลฉุกเฉิน” ถ้าไม่หลบระวังเจอข้อหา “เจตนาฆ่า

บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)
บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

6 วิธีให้ทาง “รถพยาบาลฉุกเฉิน”

  1. เมื่อประชาชนเห็นสัญญาณไฟ และได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน มักจะตกใจและทำอะไรไม่ถูก ดังนั้นก่อนอื่นผู้ขับขี่ควรตั้งสติ
  2. พยายามมองกระจกหลัง เพื่อกะระยะของรถพยาบาลที่วิ่งมา
  3. เมื่อพิจารณาปริมาณรถทั้งซ้ายและขวาที่อยู่ใกล้แล้วพบว่าไม่มีอันตราย และเราสามารถเบี่ยงชิดซ้ายได้ ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วรถและเบี่ยงซ้าย เพื่อหลีกทางให้รถพยาบาลทันที
  4. หากไม่สามารถหลีกทางได้ ด้วยเพราะสภาพรถที่หนาแน่นและมีอันตราย ก็ให้หยุดชะลอรถให้นิ่งเพื่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินหาทางวิ่งผ่านเราไปให้ได้
  5. เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินวิ่งผ่านไปแล้ว ห้ามขับตามเด็ดขาด
  6. กรณีรถติดและรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ด้านหลังพอดี ให้พิจารณาว่าควรชิดซ้ายหรือชิดขวาดี ถ้าไม่มีใครหลีกทางให้ให้ผู้ขับขี่เลือกว่าจะหลบทางไหนและเปิดไฟเลี้ยว เพื่อให้สัญญาณให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ได้แซงผ่านไปได้สะดวก

ในส่วนของคนขับรถพยาบาลฉุกเฉิน ก็จะต้องปฏิบัติตามกฏจราจรอย่าเคร่งครัด ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และการขอทางก็จะต้องเปิดสัญญาณไฟให้ถูกต้องด้วย

เจตนาไม่หลบรถพยาบาลขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น

การขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาลนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 ที่ระบุว่า เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน จะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

นอกจากนี้ ผู้ที่ขับรถกีดขวางรถพยาบาลอาจจะถูกตั้งข้อหาหนักตามมา ถ้าหากการกระทำนั้นเป็น “เหตุโดยตรง” ที่ทำให้ผู้เจ็บป่วยในรถพยาบาลถึงแก่ชีวิต อาจเข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติการณ์

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top