fbpx
เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นโปรดเปลี่ยนเบราว์เซอร์ของคุณ CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
“ล้างแอร์รถยนต์” ควรทำเมื่อไหร่?

“ล้างแอร์รถยนต์” ควรทำเมื่อไหร่?

ระบบแอร์รถยนต์ก็ไม่ต่างอะไรกับแอร์บ้านที่อาจมีสิ่งสกปรกสะสมเมื่อผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน การล้างแอร์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสุขภาพของผู้โดยสารภายในรถ และยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศอีกด้วย

บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)
บทความรถมือสองจาก โต ออโต้คาร์(ToAutocar)

เมื่อไหร่ถึงต้องล้างแอร์รถยนต์?

การล้างแอร์รถยนต์ควรกระทำทุกๆ 1-2 ปี หรือเมื่อผ่านการใช้งานทุกๆ 20,000 กิโลเมตร แต่กรณีมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบแอร์ที่เกิดจากสิ่งสกปรก เช่น มีกลิ่นเหม็นอับจากช่องแอร์ หรือลมแอร์เบากว่าปกติ การล้างแอร์อาจช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้

นอกจากนี้ การใช้งานของแต่ละบุคคลอาจส่งผลให้ระบบแอร์รถยนต์ตันเร็วขึ้น เช่น การใช้น้ำหอมระเหยดับกลิ่น, การใช้การบูรในรถ รวมถึงการนำรถไปใช้ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเป็นปริมาณมาก ทางที่ดีควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของระบบแอร์ และรีบดำเนินการแก้ไขก่อนจะลุกลามบานปลายไปจนถึงขั้นต้องเปลี่ยนคอยล์เย็นหรือตู้แอร์ ซึ่งการล้างแอร์อาจช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้เช่นกัน

การล้างแอร์รถยนต์มีทั้งหมดกี่แบบ?

ปัจจุบันการล้างแอร์มี 2 วิธีหลักๆ คือ การล้างแบบถอดตู้และแบบไม่ถอดตู้ โดยแต่ละแบบมีข้อแตกต่างกัน ดังนี้

1.การล้างแอร์แบบถอดตู้

การล้างแอร์รถยนต์แบบถอดตู้เป็นการล้างแบบดั้งเดิมที่นิยมใช้มาอย่างยาวนาน โดยเป็นการถอดรื้อตู้แอร์ทั้งแผงตอยล์เย็นและคอยล์ร้อนออกมาทำความสะอาดด้านนอก ซึ่งสามารถล้างสิ่งสกปรกได้อย่างสะอาดหมดจดแทบทุกส่วน

แต่ข้อเสียของการล้างแอร์แบบถอดตู้ คือ ช่างจำเป็นต้องรื้อแผงคอนโซลหน้าออกมาแทบทั้งหมด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญอย่างยิ่งในการรื้อ เพราะอาจเกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ และงานประกอบกลับอาจไม่เต็ม 100% เมื่อเทียบกับการติดตั้งมาจากโรงงาน อีกทั้งยังจำเป็นต้องทำการแวกคั่มและเติมน้ำยาแอร์ใหม่ มักกินเวลานานอย่างน้อยครึ่งวันจึงจะเสร็จสมบูรณ์

2.การล้างแบบไม่ถอดตู้แอร์

การล่างแอร์แบบไม่ถอดตู้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในช่วงหลังๆ โดยอาศัยเครื่องมือพิเศษเพื่อใช้ในการล้างแอร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการสอดกล้องพร้อมกับอุปกรณ์ล้างแอร์เพื่อทำความสะอาดภายในตู้แอร์ จึงไม่จำเป็นต้องรื้อคอนโซลออกมาแต่อย่างใด (หากเทียบเป็นคนก็คล้ายกับการผ่าตัดส่องกล้องนั่นเอง)

แต่ข้อเสียของการล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้ คือ ความสะอาดในการล้างมักอยู่ที่ประมาณ 70-80% เมื่อเทียบกับการล้างแบบถอดตู้ แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับการใช้งานไปได้อีก 1-2 ปี หรือประมาณ 20,000 กิโลเมตร แถมยังใช้เวลาไม่นานและไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายกับแผงคอนโซลในระหว่างการรื้อและประกอบเข้าไปใหม่

รู้แบบนี้แล้วหากใครที่ใช้รถมานานๆ แล้วยังไม่เคยล้างแอร์แล้วล่ะก็ ลองเลือกวิธีที่เหมาะสมสำหรับคุณเองเพื่อเป็นการบำรุงรักษาระบบแอร์รถยนต์ให้ใช้ได้อีกนานๆ ครับ

แสดงความคิดเห็นของคุณ


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Top